กล้าเปลี่ยนตัวเอง – เพื่อเงินเดือน 50,000 บาท

สวัสดีค่ะชื่อ Ertz นะคะ ตอนนี้ทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งที่ทำงานโดยใช้ภาษาอังฤษเป็นภาษาหลัก แต่กว่าจะมีวันนี้ได้ Ertz เจอเรื่องท้าทายมาเยอะมาก เพราะแต่ก่อน Ertz พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย วันนี้เลยอยากจะมาเล่าเส้นทางความสำเร็จให้ทุกคนฟังกัน   

เส้นทางเปลี่ยนเงินเดือนจาก 13,200 เป็น 50,000 ใน 3 เดือน

หลังเรียนจบ กับชีวิตการทำงานที่ไม่เหมือนที่ฝันไว้

ก็เหมือนความฝันของเด็กจบใหม่ ที่อยากได้งานดีๆ เงินเดือนสูงๆ เราก็สมัครไปหลายที่มาก แต่ก็ไม่มีใครติดต่อกลับมาเลย เลยว่าจุดอ่อนของเรา ก็คือภาษาอังกฤษ เพราะเพื่อนๆ คนที่เค้าสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ก็ได้งานดีๆ กันหมดเลย 

แต่สักพักเราก็ได้งานกับบริษัทเล็กๆ แห่งหนึ่งทำในฝ่าย Marketing เงินเดือน 12,000 บาท เราก็ดีใจมาก รีบตกลงเลย เพราะอยากทำงานหาเงิน ไม่อยากขอเงินจากพ่อแม่แล้ว และก็คิดถ้าเราจะตั้งใจทำงานให้มากๆ เดี๋ยวเค้าก็ขึ้นเงินเดือนให้เองแหละ

พอเริ่มทำงานปุ๊ป เราก็ไฟแรงมาก ทุ่มเทกับงานเต็มที่ จนมาถึงจุดเปลี่ยน เจ้านายบอกว่าเราเป็นคนที่ทำยอดขายสูงสุดในปีนั้นเลยนะ แต่ว่าเงินเดือนเพิ่มน้อยมากจ้า เพราะเป็นบริษัทเล็กๆ ไม่ค่อยมีการเลื่อนตำแหน่ง หรือเพิ่มเลื่อนเงินเดือนให้เหมือนที่อื่น

เพื่อนๆ ไปกันไกลมากเงินเดือน 3-4 หมื่น แต่เรายังอยู่ที่เดิม

Ertzรู้สึกอิจฉาเพื่อนร่วมชั้นที่มีเงินเดือนสูงกว่าErtz 3-4 เท่า

หลังจากทำงานมาครบปี สุดท้ายก็ได้ขึ้นเงินเดือนขึ้นมาเป็น 13,200 บาท แต่พอคุยกับเพื่อนๆ เท่านั้นแหละ คนอื่นไปไกลมาก 35,000-40,000 บาทกันแล้ว เพราะส่วนมากเค้าทำงานกับบริษัทต่างชาติ เราก็แอบอึนๆ

เพราะจริงๆ ตอนเรียนเราได้เกรดดีกว่าเพื่อนๆ แต่แค่เพราะภาษาอังกฤษของเรา ทำให้เราไม่สามารถหางานดีๆ เงินเดือนสูงๆ ได้ ? 

สภาพก่อนไปทำงานทุกวัน

บอกตรงๆ เลยว่าช่วงนั้นเครียดมาก คิดตลอดเลยว่าเงินเดือนเท่านี้ เราจะดูแลพ่อแม่ในอนาคตได้ยังไง เลยคิดว่ามีประสบการณ์การทำงานมาปีนึงแล้ว  ถ้างั้นมาลองหางานใหม่ดูก็แล้วกัน

แล้วพอดีไปเห็นเพื่อนแชร์ข้อมูลรับสมัครงานของบริษัทแห่งหนึ่ง เงินเดือนประมาณ 50,000 บาท เราลองสมัครดู ปรากฏว่าเค้าโทรเรียกเราไปสัมภาษณ์ พอวันสัมภาษณ์มาถึง …

เขาถามอะไร เราตอบได้หมดเลย  เขาก็ชอบประสบการณ์ของเรามาก  แล้วอยู่ๆ เค้าถามว่า 

น้องพูดภาษาอังกฤษได้ไหมครับ เพราะตำแหน่งนี้ ต้องทดลองงาน 3 เดือน เพื่อเข้าใจเนื้องานและสินค้าของบริษัท หลังจากนั้นก็เริ่มทำงานจริงจังกับลูกค้าชาวต่างชาติด้วยตัวเอง”

เราก็อึ้งเงียบไปสักพัก แต่ก็ตอบกลับไปว่า

“ได้…ได้สิค่ะ ???”

ตอนนั้นคือเหงื่อออกเต็มตัวเลย เพราะกลัวว่าถ้าเขาถามกลับเป็นภาษาอังกฤษเราจะทำยังไงดี 

แต่ปรากฏว่าสัมภาษณ์ผ่าน และเขาก็นัดวันเริ่มเข้าทำงานกลับมาเลยอ่ะ 

โดยไม่มีต้องสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษเพิ่มเติม ก็ทั้งดีใจ แต่ก็แอบทั้งกลัว และกังวลว่าถ้าเขารู้ว่าเราโกหก เพราะพูดอังกฤษไม่ได้  ก็เลยลองลองคุยกับเพื่อนสนิทว่าจะส่งอีเมลขอปฏิเสธงานนี้ไปดีกว่า

เพื่อนบอกว่า “ทำไมแกไม่ลอง “เสี่ยง” สักครั้งละ อย่างน้อยแกก็มีเวลา 3 เดือนกว่าในช่วงทดลองงานนิ แกก็ไปฝึกเรียนภาษาช่วงนั้นก็ได้ แล้วแกก็อยากมีเงินดูแลพ่อแม่ไม่ใช่หรอ นี่มันคือโอกาสที่ดีมากๆ เลยนะ”

เข้าทำงานเงินเดือน 5 หมื่น แต่ไม่รู้ภาษาอังกฤษ จะทำยังไงให้รอด?

พอมาลองคิดๆ ดูคนเดียวอยู่สักพัก ก็ “ตัดสินใจ” ลองเสี่ยงสักครั้ง แต่ตั้งเป้าว่า  ต้องเรียนภาษาอังกฤษให้เก่งในช่วง 3 เดือนนี้ให้ได้ ตอนนั้นก็แอบคิดว่าจะทำได้ยังไงดี เพราะไม่มีเวลามาก

 พอเป็นแบบนี้ ก็เลยลองเรียนออนไลน์บน Youtube ด้วยตัวเอง แต่พอเรียนไปได้ 3-4 วัน คือรู้สึกว่าเราเรียนมั่วไปหมด ไม่รู้ควรจะเริ่มจากไหน แล้วเราจะเก่งขึ้นได้ยังไงกันเนี่ย 

โชคดีที่ตอนนั้นเพื่อนคนนึงส่งข้อมูลคอร์สเรียนที่หนึ่งมาให้ดู ที่สอนตั้งแต่คนที่ไม่มีพื้นฐานเลย แล้วก็มีรีวิวจากคนที่เรียนจริงๆ เราก็เลยสนใจ

แต่ก็หาข้อมูลเยอะเพราะกลัวโดนหลอก ถึงขนาดลองส่งข้อความในเฟสบุ๊กไปถามคนที่เคยเรียนจริงๆ ที่เค้ามาแชร์ประสบการณ์ในเพจนั้นด้วย มันก็เลยทำให้เรามั่นใจขึ้นว่าเรียนแล้วจะได้ผลจริงๆ เพราะมีหลายคนบอกว่าเรียนแค่ 1-2 อาทิตย์ก็เห็นผลที่ดีขึ้นแล้ว 

เพราะคอร์สนี้มันครบทุกอย่างให้เราเลย ทั้งเน้นการพูดการฟัง และการสื่อสารโต้ตอบ ถ้าจำไม่ผิดมันคือความยาว 144 ชั่วโมง แถมยังมีแผนการเรียนให้เราทุกวันตลอด 72 วัน มีหนังสือเรียนแจกให้กับคอร์สนี้ด้วย

โอ้โห ยังมีชีทเกี่ยวกับ การเรียนไวยากรณ์, คำศัพท์, บทสนทนาตั้งแต่พื้นฐานถึงระดับสูงให้อีกด้วยล่ะ

ก็เลยตัดสินใจว่า  “เอาวะ เราต้องทำให้ได้สิ” เลยเราตัดสินใจจะสั่งคอร์สนี้มาเรียนอย่างจริงจัง

เราชอบสีสันของหนังสือเรียน Eng Breaking มากเลย

พอได้เริ่มเรียน ก็รีบทำงานให้เสร็จ แล้วตอนเย็นก็กลับบ้านมาเปิดคอมเรียน หรือเรียนบนมือถือก่อนนอนบอกเลยว่าสะดวกมาก คือแค่เราทำตามแผนการเรียนที่เขาให้มาแต่ละวัน โดยฝึกตั้งแต่การฟังและพูดแบบช้าๆ แล้วค่อยๆ เร็วขึ้น รู้สึกเลยว่ามันตอบโจทย์ตรงมาก 

เราลองเรียนมาทุกที่แล้ว ยกเว้นแต่ที่ “ออฟฟิศ” ? เพราะไม่งั้นโป๊ะแตก ทุกคนยังคิดว่าเราพูดอังกฤษได้

เรียนไป 1 อาทิตย์ รู้สึกเลยว่ากล้าที่จะพูดภาษาอังกฤษมากขึ้น ออกเสียงได้ดีขึ้นด้วย มีทีมงานคอยช่วยเหลือ และเตือนเราตลอด ถือว่าคุ้มมาก ค่าเรียนแค่พันต้นๆ เองนะเนี่ย 

หลังจากเรียนไปได้ 2 อาทิตย์ ☺️ ก็รู้เลยอะว่า เรารู้คำศัพท์เยอะมากขึ้น สื่อสารได้ดีขึ้นแบบเห็นได้ชัดเลย

เหมือนได้ทำลายกำแพงความกลัวภาษาอังกฤษไปเลย และเชื่อเลยว่าเราทำได้ เราเลยหาโอกาสฝึกเพิ่มเติมมากขึ้นในแบบของเรา ลองโหลดแอพ Tinder หาฝรั่งหนุ่มๆ มาลองคุยเล่นๆ เพื่อฝึกภาษา  ฝึกไปด้วยจีบไปด้วย ???

หลังเรียนไป 2 เดือนเต็มๆ แบบที่ทำงานไปด้วย ต้องบอกเลยว่า เรามั่นใจกับทักษะภาษาอังกฤษของเรามากๆ  สามารถสื่อสารได้ค่อนข้างดี แม้ว่าอาจจะยังไม่เก่งเท่าคนที่ได้คะแนน IELTS 8.0 แต่ก็มั่นใจว่าเราผ่านโปร แล้วทำงานนี้ได้แน่นอน 

แล้วก็ถึงวันที่ทำงานครบ 3 เดือน ก็เป็นไปตามที่ฝันไว้ เราผ่านการทดลองงาน และได้เป็นพนักงานประจำ ช่วยทำยอดขายให้บริษัทได้สุดปังตลอด จนเจ้านายบอกว่า เราเป็น 1 ใน 3 คนที่อาจจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าแผนกด้วยล่ะ ?

จากประสบการณ์ที่เราเล่ามา ก็อยากจะบอกเพื่อนๆ ทุกคน โดยเฉพาะวัยทำงานนะคะว่า :

ชีวิตคนอาจจะมีขึ้น มีลง แต่เราต้องทำตัวเองให้พร้อมเพื่อจะแก้ไขปัญหา ต้องสู้กับสิ่งที่เจอ แล้วพอเราเอาชนะมันได้แล้วเนี่ย  เราก็จะเก่งขึ้น ภูมิใจในตัวเองขึ้น และมีอนาคตที่ดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

แล้วก็อย่าลืมพยายามพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า ต่อให้เก่งแค่ไหน ก็อย่าให้ความไม่รู้ภาษามาปิดกั้นโอกาสในชีวิตล่ะ เพราะถ้าเราสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ก็เหมือนช่วยเปิดโลกให้เรากว้างขึ้น พร้อมโอกาสที่มีมากขึ้น

เกือบลืมแหนะๆ และถ้าใครสนใจ คอร์สเรียนภาษาอังกฤษที่เราเรียน ก็ไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้นะที่ลิงก์นี้เลย https://engbreaking.co.th/

ขอให้ทุกคนปังปุริเย่ และทำได้เป้าหมายของปีนี้นะคะ ???

ด้วย Eng Breaking เราเชื่อว่าการฝึกการฟังการพูดและรวมกับการปฏิบัติการฟังการพูดจะกลายเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของคุณ คุณจะสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจหลังจากศึกษาด้วยตนเอง 3 เดือนเท่านั้น.

เรียนรู้เกี่ยวกับ Eng Breaking ตอนนี้ สื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างไหลลื่น หลังจากการเรียนด้วยตัวเองเพียง 3 เดือน

ความคิดเห็น 635 รายการ
 
  • Sudarat Manee

    หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับผู้ทีไม่เก่งภาษาอังกฤษ ไม่ใช่เพียงหนังสือที่ใช้เรียนเพียงแค่ 3 เดือน หรือได้ผลหลังจากที่เรียนเพียง 3 เดือน เท่านั้น แต่ยังมี new 12 lessons ที่ต้องเรียนรู้อีกด้วย มีการแจ้งเตือนทาง mail ทุกวัน เราเรียนตามแผนและกระบวนการตามที่ได้รับใน mailนั้น เนื้อหาดี ประโยคมีความทันสมัย มีหลายประโยคที่วัยรุ่นสมัยนี้นิยมใช้สื่อสารกัน ซึ่งค่อนข้างแปลกใหม่และน่าสนใจ มีการจัดรูปแบบและวางแผนมาเป็นอย่างดี ช่วยให้เราฝึกนิสัยในการวางแผนไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม แผนการเรียนชัดเจนในทุก ๆ วัน เพื่อน ๆ มาสร้างนิสัยตามแผนการเรียนกันเถอะค่ะ ไม่ว่าจะมีวิธีที่ดีแค่ไหนถ้ามัวแต่ขี้เกียจแล้วเมื่อไหร่จะพัฒนาตัวเองได้ล่ะคะ .

    ถูกใจ ตอบกลับ1 วัน
  • Mik Jakkaphat

    เป็นวิธีเรียนที่ยอดเยี่ยมมากกกกก มีทั้งรูปภาพทั้งคำแปล ช่วยดึงดูดความสนใจในการเรียนมาก ๆ ครับ Eng Breaking ช่วยพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษในด้านการพูดและการสื่อสารมาก ๆ ครับ ผมอยากขอบคุณ Eng Breaking มาก ๆ ครับ ผมเหลืออีกแค่ไม่กี่ lesson ก็เรียนจบแล้วครับ

    ถูกใจ ตอบกลับ1 วัน
  • Soda Sodaaa

    เรียนง่ายมั้ยคะ? คือเราเป็นคนที่ถอดใจง่ายมาก ๆ ค่ะ

    ถูกใจ ตอบกลับ20 ชั่วโมง
  • RueThaiRut

    เรียนง่ายนะคะ มีคำแนะนำในแต่ละขั้นตอนให้ทุกวันค่ะ เนื้อหาก็ตามหัวข้อในแต่ละวันเลยค่ะเราก็เรียนได้ประมาณเดือนครึ่งแล้วนะ ตอนนี้เราสามารถสื่อสารได้แบบสบาย ๆ แล้ว ไม่ค่อยกลัวภาษาอังกฤษเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้วล่ะ อิอิ

    ถูกใจ ตอบกลับ2 นาที
  • เจมส์ ธีรพงศ์

    มีคำแนะนำที่ละเอียดดีมาก ๆ ครับ และผมรู้สึกว่าวิธีสอนดีมาก ส่วนตัวค่อนข้างชอบการเรียนแบบนี้มาก ไม่รู้สึกเบื่อเหมือนเรียนในห้องเรียนครับ แถมยังเรียนง่ายอีก คอนนี้ผมเริ่มชินกับการเรียนแบบนี้แล้วล่ะครับ

    ถูกใจ ตอบกลับ1 วัน
  • Cat Catt

    ชุดหนังสือสวยเว่อร์ บวกกับเนื้อหาในหนังสือคือดีและสมจริงมาก ๆ ด้านในมีคำแนะนำครบถ้วน ชัดเจนทุกกระบวนการ ตอนนี้เราเรียนได้ 2 อาทิตย์แล้ว รู้สึกว่าตัวเองมีพัฒน่การขึ้นเยอะมาก ๆ เลยนะ

    ถูกใจ ตอบกลับ1 วัน
  • Meawww Jhaa

    เพื่อน ๆ คะ ชุดนี้เนื้อหาทั้งหมด รวม ๆ มีอะไรบ้างคะ?

    ถูกใจ ตอบกลับ5 ชั่วโมง
  • Naphawan MeeJaiii

    นี่ค่ะ ประกอบไปด้วยชุดหนังสือ เอกสารออนไลน์ app และยังมีของขวัญให้อีกด้วยค่ะ พูดรวม ๆ ก็คือครบเซ็ทค่ะ ^^!

    ถูกใจ ตอบกลับ15 นาที
  • GotCha

    ผมซื้อให้น้องผมเรียน ผมรู้สึกได้ว่า ขั้นตอนการให้คำปรึกษาเป็นขั้นตอนที่ละเอียดมากในการเรียนรู้ ก่อนหน้านั้นผมซื้อหนังสือเรียนเล่มที่ใหญ่และหนากว่านี้มาหลายต่อหลายเล่ม แต่มันก็มีข้อจำกัด ในการเรียนคือบางเล่มไม่แนะนำรายละเอียดการเรียนที่ชัดเจน ไม่เหมือนกับหนังสือเล่มนี้ ดังนั้นผมเรียนได้ไม่กี่หน้าก็เป็นอันต้องถอดใจไปทุกครั้ง น้องของผมติดตามหลักสูตรนี้มาเกือบหนึ่งเดือนแล้วและเขาก็มีพัฒนาการที่ดีขึ้นมาก นอกจากนั้นน้องของผมก็กระตือรือร้นที่จะเรียนภาษาอังกฤษมากกว่าเมื่อก่อน จริง ๆ แล้วนี่เป็นวิธีการเรียนรู้ที่มีความมั่นคงและเสถียรภาพมากครับ!

    ถูกใจ ตอบกลับ1 วัน
  • ป๋อง ฤทธิเดช

    หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยเก่งหรือเรียกว่าอ่อนภาษาอังกฆษอย่างผมมาก ๆ ครับ ผมเพิ่งเรียนได้ 1 lesson แต่รู้สึกว่าการฟังและการออกเสียงของผมจะค่อนข้างดีขึ้นเลยทีเดียวนะ ยิ่งไปกว่านั้นผมยังรู้คำศัพท์และประโยคคำถามเพิ่มอีกด้วย หนังสือเล่มนี้เรียนง่ายมากครับ เพื่อน ๆ ควรลองซื้อมาเรียนดูครับ รับรองว่าเรียนเสร็จเพื่อน ๆ จะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง แต่ก็ต้องตั้งใจและขยันเรียนด้วยนะครับ

    ถูกใจ ตอบกลับ1 วัน
  • ดวงใจ มาเต็ม

    เราเรียนก็ค่อนข้างโอเคนะ บางทีอาจจะเหมาะกับคนที่ขี้เกียจจำ เรียนด้วยความเข้าใจแบบเรา การออกแบบ ดีไซน์ก็ค่อนข้างสะดวกและมีประโยชน์อีกด้วยนะ

    ถูกใจ ตอบกลับ1 วัน
  • หนูน้อย หมวกแดง

    เราค่อนข้างพอใจกับหนังสือเรียนนะ การห่อ แพ็คเก็จ บรรจุภัณฑ์ก็เรียบร้อยดี ส่งของตรงเวลา คุณภาพหนังสือดี ปกหนังสือมีสีสันสะดุดตา เรียนง่าย เราหวังว่าถ้าเรียนเล่มนี้ไปแล้วมันจะช่วยให้เราประสบความสำเร็จที่เราตั้งเป้าไว้ได้.

    ถูกใจ ตอบกลับ1 วัน

ด้วย Eng Breaking เราเชื่อว่าการฝึกการฟังการพูดและรวมกับการปฏิบัติการฟังการพูดจะกลายเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของคุณ คุณจะสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจหลังจากศึกษาด้วยตนเอง 3 เดือนเท่านั้น.

เรียนรู้เกี่ยวกับ Eng Breaking ตอนนี้ สื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างไหลลื่น หลังจากการเรียนด้วยตัวเองเพียง 3 เดือน

4 thoughts on “กล้าเปลี่ยนตัวเอง – เพื่อเงินเดือน 50,000 บาท

  1. สุดารัตน์ ทองมล says:

    ต้องการเรียนพูดภาษาอังกฤษ พื้นฐานและการทำงาน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *