Linking Verb: รวมไวยากรณ์ที่น่ารู้ พร้อมแบบฝึกหัด

ในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เรามักได้ยินเกี่ยวกับ linking verb หรือกริยาเชื่อมกันแล้ว แล้วคุณรู้และเข้าใจวิธีการใช้ของกริยาประเภทนี้หรือยัง หากคุณยังไม่รู้ว่ากริยาเชื่อม การเชื่อมโยงคำกริยา คืออะไร ใช้อย่างไร ต้องไม่พลาดกับบทความต่อไปนี้ของ Eng Breaking เลย

Linking verb คืออะไร

Linking verbs คือ กริยาเชื่อม ที่ทำหน้าที่เชื่อมระหว่างประธาน (Subject) กับคำนาม (Nouns) หรือคำคุณศัพท์ (Adjective) เพื่อขยายประธาน เป็นการบ่งบอกสภาวะหรือสภาพของประธาน โดยแสดงอาการ การรับรู้ หรือความรู้สึกของประธานในประโยค 

คำกริยาในกลุ่ม Linking verbs นี้ ถึงแม้จะได้ชื่อว่าเป็นคำกริยา แต่กลับไม่แสดง “ อาการกระทำ “ เหมือนคำกริยาอื่น ๆ ทั่วไป แต่จะทำหน้าที่เป็น “ ตัวเชื่อม ” เพื่ออธิบายหรือบอกเกี่ยวกับประธาน ว่ามีสภาพหรือความรู้สึกอย่างไร..?

กริยาในกลุ่ม Linking verbs นี้ ไม่ต้องการกรรมมารองรับ แต่ต้องการคำคุณศัพท์ (Adjective) หรือคำนาม (Nouns) ที่เป็นส่วนเติมเต็ม (Complement) มาช่วยขยายให้ประโยคนั้นสมบูรณ์และมีความหมายชัดเจนขึ้น.. เราลองไปดูตัวอย่างดังต่อไปนี้

  • She seemed unable to concentrate.
    = เธอดูเหมือนจะไม่มีสมาธิ
  • They are so clever.
    = พวกเขาฉลาดมาก
  • The house became Peter’s in 1980.
    = บ้านหลังนี้กลายเป็นบ้านของปีเตอร์ในปี 1980
มาทำความรู้จัก Linking verb คืออะไร

ลักษณะของ linking verb

สามารถสังเกตได้ว่า linking verb เป็นคำเชื่อมระหว่างประธาน (Subject) กับคำนาม (Nouns) หรือคำคุณศัพท์ (Adjective) เพราะฉะนั้นจึงมีรูปประโยคดังต่อไปนี้

S + linking verb + Adj / Noun

สำหรับการใช้ การเชื่อมโยงคำกริยา จะมีลักษณะ 3 ข้อดังต่อไปนี้

– Linking verbs ไม่มีรูปแบบ V-ing ที่ใช้ใน continuous tense อื่น ๆ 

– ส่วนตามหลังมักจะเป็นคำนาม / คำนามวลีหรือคำคุณศัพท์  Noun/Noun Phrase / Adjective).

– ขึ้นอยู่กับบริบทในประโยค linking verb จะอธิบายธรรมชาติและลักษณะของคน สิ่งของ และเหตุการณ์

Linking verb ที่พบเห็นและใช้กันบ่อย

ต่อไปนี้เราลองมาดูกันว่า คำกริยาต่าง ๆ ในกลุ่ม การเชื่อมโยงคำกริยา ที่พบเห็นและใช้กันบ่อย มีอะไรบ้างนะคะ

Linking verb (กริยาเชื่อม)Meanings (ความหมาย)Example (ตัวอย่าง)
To be (am/are/is /were / was)คือ, เป็นThe mango cheese cake is awesome. (มะม่วงชีสเค้กมันยอดเยี่ยมมาก)Jane is a university president. (เจนเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัย)
Come/ become / turn / get / growเริ่ม, กลายเป็นI want to become a singer. (ผมอยากกลายเป็นนักร้อง)They got grumpy. (พวกเขาอารมณ์เสีย)
SeemดูเหมือนShe doesn’t seem happy. (เธอดูเหมือนไม่มีความสุข)
TasteมีรสชาติIt tastes delicious.(มันมีรสชาติอร่อยมาก)
Feelรู้สึกI feel lonely.(ผมรู้สึกเหงา)
Smellมีกลิ่นThose eggs smell rotten. (ไข่พวกนั้นส่งกลิ่นเน่าเสีย)
Soundฟังดูเหมือนว่าJane sounded very sick. (เจนดูเหมือนว่าไม่สบายมาก)His idea sounds good. (ความคิดของเขาฟังดูดี)
Appearดูเหมือนว่า, ดูเหมือนShe appears surprised to open our gifts.เธอดูประหลาดใจเมื่อเปิดของขวัญของเรา
Lookดูเหมือนว่า, ดูเหมือนShe looks happy today.(วันนี้เธอดูมีความสุข)
Remainยังคง, ยังคงเป็นShe remains calm from yesterday to now. (เธอยังคงนิ่งเงียบตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้)
Proveดูเหมือนว่าShe proves strong even when she is tired.(เธอทำเหมือนดูแข็งแกร่งแม้ในขณะที่เธอเหนื่อย)
StayยังคงEveryone stays surprised. (ทุกคนยังคงประหลาดใจ)

โครงสร้างประโยคพิเศษสำหรับการใช้ linking verb ที่ต้องรู้

Linking verb เป็นกริยาเชื่อมระหว่างประธานและคำนามหรือคำคุณศัพท์

ข้อควรจำที่ 1

เราสามารถเติมคำว่า  to be ตามหลัง linking verb ต่อไป: appear (ดูเหมือน), look (ดูเหมือน), prove (ดูเหมือนว่า), seem (ดูเหมือน), turn out (กลายเป็น).

เราจะมีรูปประโยค

S + appear / look / prove / seem / turn out + (to be) + Adj / Noun

ตัวอย่างเช่น

  • He proved (to be) a hero.
    = เขาพิสูจน์เหมือนว่าเขาเป็นฮีโร่
  • She looks (to be) tired.
    = ดูเหมือนเธอจะเหนื่อย

ข้อควรจำที่  2

จำเป็นต้องเพิ่ม “to be” หากตามหลังคือคำคุณศัพท์ดังนี้: alone, alive, awake, asleep.

เราจะมีรูปประโยค

S + linking verb + to be + alive / along / asleep / awake

ตัวอย่างเช่น

  • She looks to be asleep because she worked hard last night.
    = เธอดูเหมือนง่วงนอน เพราะเมื่อคืนเธอทำงานหนัก
  • The flowers seem to be alive after a storm.
    = ดอกไม้ดูเหมือนยังมีชีวิตชีวาหลังพายุ

ข้อควรจำที่ 3

จำเป็นต้องเพิ่ม “to be” หากตามหลังด้วยคำกริยาเติม ing ( V-ing)

เราจะมีรูปประโยค

S + linking verb + to be + V-ing

ตัวอย่างเช่น

  • She looks to be talking to you about that accident.
    = เธอดูเหมือนอยากจะพูดกับคุณเกี่ยวกับเรื่องอุบัติเหตุนั้น

ข้อควรจำที่ 4

Be, become, và remain (ยังคง) สามารถนำหน้าคำนามวลีที่มีโครงสร้างดังนี้  a/an/the +  adj + N

เราจะมีรูปประโยค

S + be / become / remain + Noun phrase 

ตัวอย่างเช่น

  • He became one of the most famous doctors in Thailand.
    = เขากลายเป็นหนึ่งในแพทย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศไทย
  • Nowadays, the light remains a great invention.
    = ทุกวันนี้โคมไฟยังคงเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ยอดเยี่ยมมาก

ข้อควรจำที่ 5

กริยาเชื่อม linking verb อย่างเช่น feel, look, smell, taste จะกลายเป็นสกรรมกริยา transitive) หากตามหลังกริยามี objective โดยตรง ในกรณีนี้เราสามารถใช้กริยาในรูป continuous tense ได้

ตัวอย่างเช่น

  • She looks at me happily.
    = เธอมองมาที่เราอย่างมีความสุข
  • He is smelling that food and trying it with sauce.
    = เขากำลังดมกลิ่นอาหารและชิมกับน้ำซอส

Linking verb และ Action verb มีความแตกต่างกันอย่างไร

บางคนอาจจะสงสัยกันว่าทำไมมีบางคำที่เราได้แนะนำข้างบนเป็น การเชื่อมโยงคำกริยา แต่ใช้เหมือนคำกริยาทั่วไป ต้องบอกเลยว่า คำใดคำหนึ่งถือว่าเป็น Linking verb หรือ Action verb จะขึ้นอยู่กับวิธีการใช้ของคำในบริบท ซึ่งนี่ก็เป็นส่วนที่เกิดความสับสนไม่น้อยสำหรับผู้เรียนภาษาอังกฤษหลาย ๆ คน เพราะฉะนั้นเพื่อให้เข้าใจมากขึ้น เรามาดูความตกต่างระหว่าง Linking verb และ Action verb  กัน

Linking VerbAction Verb
บรรยายสภาพและอารมณ์ของสิ่งของหรือเหตุการณ์ทำหน้าที่เป็นกริยาเชื่อมที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างประธานและคำนามหรือคำคุณศัพท์เพื่อขยายประธานตัวอย่าง: The Macbook Air 2020 is really awesome. (Macbook Air 2020 นั้นยอดเยี่ยมจริงๆ)อธิบายการกระทำที่เฉพาะเจาะจงเป็นกริยาหลัก ซึ่งเป็นการกระทำหลักที่สื่อในประโยคนั้น ช่วยเติมประโยคให้สมบูรณ์ตามหลักไวยากรณ์  ตัวอย่าง: I buy a Macbook Air 2020. (ผมซื้อ Macbook Air 2020 เครื่องหนึ่ง) 

แบบฝึกหัดเกี่ยวกับการใช้ Linking verb 

แบบฝึกหัดที่ 1: จงเลือก การเชื่อมโยงคำกริยา ที่ถูกต้องที่สุด 

  1. I can’t give you this book because it ………….. mine. It belongs to Peter.
    a. is       b. isn’t       c. was       d. wasn’t
  1. Her favorite occupation ………….. reading. She likes to read, and she reads a lot.
    a. is       b. is being       c. to be      d. was
  1. What happened? You ………….. terrible! Are you hurt?
    a. are      b. be       c. feel       d. look
  1. He …………..a doctor after he graduated.
    a. became      b. is         c. is getting        d. will be
  1. I’m sorry I said it. I ………….. so bad about it. Please forgive me.
    a. appear      b. feel       c. look       d. was
  1. Your task …………..to do the exercise on page 7.
    a. being        b. got        c. looked         d. was
  1. It ………….. late. I really have to go now. Thank you for a lovely time. Goodbye!
    a. goes       b. is getting       c. seemed         d. was becoming
  1. She went upstairs to check on her children. They ………….. to be sleeping, so she went to the kitchen to have some tea.
    a. appeared       b. are          c. have grown         d. seem
  1. It ………….. so dark that they had to stop their search.
    a. becomes        b. felt         c. gets          d. grew
  1. He ………….. tired to me. I told him to have some rest.
    a. became       b. got         c. seemed        d. was appearing
เฉลยสำหรับแบบฝึกหัดที่ 1:

1.b   2.a   3.d   4.a   5.b
6.d   7.b   8.a   9.d   10.c

แบบฝึกหัดที่ 2: เติมคำในช่องว่างโดยเลือกคำที่เหมาะสมที่สุด

becomesoundfeellook
appeargrowseemgetting

1. He…….. so handsome in that black suit.

2. A. What about going to a Korean restaurant?
B. That …….. great!

3. She wants to ……….a famous writer like J. K. Rowling in the future.

4. I ……….. painful in my head after drinking coffee.

5. It ……..interesting that she didn’t like anything except that toy.

6. Children like to make their own decisions when they……… older.

7. Turn on the air-conditioner. It is …….. hotter and hotter.

เฉลยสำหรับแบบฝึกหัดที่ 2:

1. looks
2. sounds
3. become
4. felt
5. sounded
6. grow
7. getting

​เป็นยังไงบ้างคะเพื่อน ๆ สำหรับบทความเกี่ยวกับการใช้ Linking verb ที่ Eng Breaking ได้แนะนำมาให้วันนี้ เพื่อน ๆ คงเข้าใจเกี่ยวกับ การเชื่อมโยงคำกริยา หรือ กริยาเชื่อม กันแล้วใช่ไหมเอ่ย ถ้าเรามีความพยายามตั้งใจและเรียนรู้ภาษาอังกฤษทุก ๆ วัน เราจะได้เห็นถึงผลสำเร็จแน่นอนเลย

ไม่พลาดกับบทความนี้:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *