คำนำหน้าคำนาม (a an the) ใช้ต่างกันอย่างไร พร้อมแบบฝึกหัด

คำนำหน้าคำนาม - article a an the - เป็นไวยากรณ์ภาษาอังกฤษที่สำคัญมาก

หลักการใช้ a an the หรือ article a an the เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เรียนแล้วสนุกครับ เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ใหม่สำหรับนักเรียนไทย เนื่องจากในภาษาไทยมันไม่มีอะไรแบบนี้เลย อยากเรียกแมวก็เรียกว่า แมว ไม่ใช่ อะ แมว หรือ เดอะ แมว

คำนำหน้าคำนาม (Article) คือ คำที่วางหน้าคำนามเพื่อบ่งชี้คำนามนั้น ๆ ว่าเป็นคำนามที่ชี้เฉพาะ หรือไม่ชี้เฉพาะ คำนำหน้าคำนามแบ่งได้สองประเภท ได้แก่

1. คำนำหน้าคำนามแบบไม่ชี้เฉพาะ (Indefinite Article)

คือ คำนำหน้าคำนามที่แสดงให้เรารู้ว่า คำนามที่ตามหลังมีจำนวนเป็นหนึ่ง คำนำหน้านามประเภทนี้ ได้แก่ a และ an

A กับ An ใช้นำหน้านามทั่ว ๆ ไป  แปลว่า หนึ่งคน หนึ่งตัว หนึ่งอัน หนึ่งแห่ง หรือบางทีไม่ต้องแปลก็ได้ เป็นการกล่าวถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งแบบลอย ๆ ไม่เจาะจงว่าคืออันไหนกันแน่ โดยมีกฎการใช้ดังนี้ คือ

  • เราจะใช้ a นำหน้าคำนามเอกพจน์ที่ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ

        – A bird (นกตัวหนึ่ง)
        – A book (หนังสือเล่มหนึ่ง)
        – A girl (เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง)
        – A zoo (สวนสัตว์แห่งหนึ่ง)
        – A teacher ครูหนึ่งคน
        – A school โรงเรียนหนึ่งแห่ง

นอกจากนี้เรายังใช้ a นำหน้าคำนามนับได้ ที่เป็นเอกพจน์ ที่ขึ้นต้นด้วย สระ แต่ออกเสียงเป็นเสียง พยัญชนะ

        – A uniform (/ˈjuːnɪfɔːrm/) (เครื่องแบบชุดหนึ่ง)
        – A university (/ˌjuːnɪˈvɜːrsəti/) (มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง)

หมายเหตุ: ตัวอักษร “u” ในที่นี้ไม่ได้ออกเสียง อู แต่ออกเสียง ยู ซึ่งเป็นเสียงพยัญชนะ เลยเราจะต้องใช้คำนำหน้านามเป็น “a” ไม่ใช้ “an”

  • เราจะใช้ an นำหน้าคำนามเอกพจน์ที่ขึ้นต้นด้วย สระ (a e i o u)

ยกตัวอย่างเช่น:
        – An apple (แอปเปิลลูกหนึ่ง)
        – An egg (ไข่ฟองหนึ่ง)
        – An orange (ส้มผลหนึ่ง)
        – An elephant ช้างหนึ่งตัว
        – An ice-cream ไอศกรีมหนึ่งแท่ง
        – An umbrella (ร่มคันหนึ่ง)

  • นอกจากนี้ เรายังใช้ an นำหน้าคำนาม ที่เป็นเอกพจน์ ที่ขึ้นต้นด้วย พยัญชนะ แต่ออกเสียงเป็นเสียง สระ

        – An hour (ชั่วโมงหนึ่ง) – “h” ในที่นี้ไม่ได้ออกเสียง ฮะ แต่ออกเสียง อะ ซึ่งเป็นเสียงสระ

2. คำนำหน้าคำนามแบบชี้เฉพาะ (Definite Article)

คือคำนำหน้าคำนามที่ใช้เจาะจงคำนามนั้น ๆ ว่าคือสิ่งไหน โดยใช้นำหน้าได้ทั้งคำนามนับได้ทั้งเอกพจน์ และพหูพจน์ คำนามนับไม่ได้ คำนำหน้าคำนามประเภทนี้เรียกว่า the (เดอะ) แต่ถ้านำหน้าคำนามที่ขึ้นต้นด้วยสระ หรือเสียงสระ เราจะอ่านออกเสียงว่า the (ดิ)

“The” จะใช้ในกรณีดังต่อไปนี้

  • การใช้ The ให้ใช้นำหน้านามที่รู้กันดีกันทั่ว ๆ ไปว่าเป็นอันไหน เช่น

        – The Sun (ดวงอาทิตย์), The Moon (ดวงจันทร์), The Earth (โลก)
        – Great Wall of China เป็นกำแพงเมืองจีน มีแห่งเดียวในโลกถ้าอย่างนั้นก็เรียกว่า The Great Wall of China
        – Pyramids รู้จักไหม? แน่นอนว่าทุกคนคงต้องรู้ว่ามันอยู่กลางทะเลทรายในอียิปต์ อย่างนั้นก็เรียกว่า The Pyramids
        – Baiyoke Tower ตึกไบหยกที่สูง ๆ ในประเทศไทยของเราเอง จึงเรียกว่า The Baiyoke Tower

ดังนั้นสรุปได้ว่า The มักจะนำหน้าสิ่งที่รู้กันดีทั่ว ๆ ไป และจะสังเกตุได้ว่า มันมีเพียงที่เดียวในโลก

  • ใช้กับคำนามนับได้ที่เป็นเอกพจน์และพหูพจน์เป็นการชี้เฉพาะเจาะจงลงไปว่าคนไหน อันไหน สิ่งไหน

        – The man who wrote this book is a famous person  แปลว่า ผู้ชายคนที่เขียนหนังสือเล่มนี้เป็นคนที่มีชื่อเสียง
        – I live in the small house with a blue door. แปลว่า ฉันอยู่ในบ้านหลังเล็ก ๆ ที่มีประตูสีฟ้า
        – He is the doctor I came to see เขาเป็นหมอคนที่เราจะไปหา

มาดูกันอีกหนึ่งประโยค The dog is mine. (เดอะ ด็อก อีส มาย) แปลว่า สุนัขตัวนั้นเป็นของฉัน ดังนั้นเราจะใช้ the เพื่อชี้เฉพาะว่าเป็นสุนัขตัวไหน

  • ใช้ the นำหน้าชื่อครอบครัว

อย่างเช่น:
        – The Browns แปลว่า ครอบครัวตระกูล Brown
        – The Lees แปลว่า ครอบครัวตระกูล Lee
        – The Smiths แปลว่า ครอบครัวตระกูล Smith

  • ตามปกติเราใช้ the นำหน้าชื่อหนังสือพิมพ์ เช่น

        – The Nation,
        – The Times,
        – The Sun

  • ใช้ the กับชื่อสถานที่

        – ทะเล the Pacific, the Atlantic
        – เทือกเขา the Himalayas, The
        – แม่นํ้า the Mississippi
        – ทะเลทราย the Sahara
        – โรงแรม the Plaza, the Grand le Khon Kaen
        – โรงหนังโรงละคร the Playhouse
        – พิภิธภัณฑ์   the National Museum
        – ชื่อประเทศที่มีคำว่า Republic, Kingdom, State

  • ใช้ the เมื่อเราพูดโดยทั่วไปในเรื่องเครื่องดนตรี

        – The piano
        – I play the guitar.

  •  ใช้ the ก่อนคำว่า same       

        – Your shirt is the same color as mine. แปลว่า เสื้อของคุณสีเดียวกันกับเสื้อของผม

  • ใช้ the + คำคุณศัพท์เมื่อกล่าวถึงกลุ่มบุคคลเป็นพิเศษ

        – the rich คนรวย
        – the sick คนป่วย 
        – the poor คนจน

  • ใช้ the กับเวลาที่กล่าวถึงเป็นช่วง 10 ปี

ตัวอย่างเช่น:
        – He was born in the seventies.
        – This is a painting from the 1820’s.

  • ใช้ the กับอนุประโยคที่ใช้ only

ตัวอย่างเช่น:
        – This is the only day we’ve had sunshine all week.
        – You are the only person he will listen to.
        – The only tea I like is black tea.

หมายเหตุ : “the” จะถูกห้ามใช้ในกรณีต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • ห้ามใช้ the กับชื่อประเทศ (ยกเว้น ในกรณีพิเศษที่ได้กล่าวไปแล้ว)

ตัวอย่างเช่น:
        – Germany is an important economic power. แปลว่า เยอรมนีเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่สำคัญ
        – He’s just returned from Zimbabwe. แปลว่า เขาเพิ่งกลับจากซิมบับเว

  • ห้ามใช้ the กับชื่อภาษา

ตัวอย่างเช่น:
        – French is spoken in Tahiti. ภาษาฝรั่งเศสถูกใช้เป็นภาษาพูดในตาฮิติ
        – English uses many words of Latin origin. ภาษาอังกฤษใช้คำที่มาจากภาษาละตินหลายคำ

  • ห้ามใช้ the กับมื้ออาหาร

ตัวอย่างเช่น:
        – Lunch is my favorite meal. มื้อเที่ยงเป็นมื้อโปรดของฉัน
        – I like to eat breakfast early. ฉันชอบกินอาหารเช้า แต่เช้า

  • ห้ามใช้ the กับชื่อคน

ตัวอย่างเช่น:
        – John is coming over later. จอห์นจะมาในภายหลัง
        – Mary Carpenter is my boss. แมรี่คาร์เพนเตอร์เป็นเจ้านายของฉัน

  • ห้ามใช้ the กับชื่อตำแหน่งที่กล่าวพร้อมกับชื่อคน

ตัวอย่างเช่น:
        – Prince Charles is Queen Elizabeth’s son. เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธ
        – President Kennedy was assassinated in Dallas. ประธานาธิบดีเคนเนดีถูกลอบสังหารในดัลลัส

  • ห้ามใช้ the หลังการแสดงความเป็นเจ้าของ

ตัวอย่างเช่น:
        – His brother’s car was stolen. รถของพี่ชายเขาถูกขโมยไปแล้ว
        – Peter’s house is over there. บ้านของปีเตอร์อยู่ที่ตรงโน้น

  • ห้ามใช้ the กับอาชีพ

ตัวอย่างเช่น:
        – Engineering is a well-paid career. แปลว่า วิศวกรเป็นอาชีพที่ได้เงินเดือนดี
        – He’ll probably study medicine. แปลว่า เขาคงจะเรียนแพทย์

  • ห้ามใช้ the กับชื่อร้านค้าต่าง ๆ

ตัวอย่างเช่น:
        – I’ll get the card at Starbucks. ฉันจะไปรับการ์ดที่ Starbucks
        – Can you go to Adidas for me? คุณช่วยแวะไปร้าน Adidas ให้เราหน่อยได้ไหม?

  • ห้ามใช้ the กับปี

ตัวอย่างเช่น:
        – 1948 was a wonderful year. แปลว่า ปี 1948 เป็นปีที่ยอดเยี่ยม
        – He was born in 1995. แปลว่า เขาเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1995

  • ห้ามใช้ the กับคำนามนับไม่ได้

ตัวอย่างเช่น:
        – Rice is an important food in Asia. แปลว่า ข้าวเป็นอาหารที่สำคัญในเอเชีย
        – Milk is often added to tea in England. แปลว่า ในประเทศอังกฤษมักจะเติมนมลงในถ้วยชา
        – War is destructive. แปลว่า สงครามคือการทำลายล้าง

  • ห้ามใช้ the กับชื่อภูเขา ทะเลสาบและเกาะ

ตัวอย่างเช่น:
        – Mount McKinley is the highest mountain in Alaska. แปลว่า ยอดเขาแมคคินลีย์ เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในอลาสก้า
        – She lives near Lake Windermere. แปลว่า เธออาศัยอยู่ใกล้ทะเลสาบวินเดอร์เมียร์
        – Have you visited Long Island? แปลว่า คุณเคยไปเกาะลองไอแลนด์หรือยัง?

  • ส่วนใหญ่แล้วห้ามใช้ the กับชื่อเมือง ถนน สถานีต่าง ๆ และสนามบิน

ตัวอย่างเช่น:
        – Victoria Station is in the centre of London. แปลว่า สถานีวิกตอเรียอยู่ใจกลางกรุงลอนดอน
        – Can you direct me to Bond Street? แปลว่า คุณช่วยพาฉันไปที่ Bond Street ได้ไหม
        – She lives in Florence. แปลว่า เธออาศัยอยู่ในเมืองฟลอเรนซ์
        – They’re flying into Heathrow. แปลว่า พวกเขากำลังบินไปที่สนามบินฮีทโธรว์

อ่านไปแล้วก็อย่าลืมทำแบบฝึกหัดที่ Eng Breaking ได้เตรียมมาให้สำหรับคุณโดยเฉพาะด้วยนะ มันจะช่วยให้เราท่องจำหลักการใช้ของ คำนำหน้านาม ( a, an, the) ได้ง่ายขึ้นและสามารถประยุกต์ใช้ได้ทันที ลองมาดูกันว่ามีใครตอบได้ทุกข้อดังต่อไปนี้ไหม

แบบฝึกหัดสำหรับ คำนำหน้านาม ( a an the)

1. We are looking for _______ place to spend ________ night.
         A. the/the               B. a/the       C. a/a          D. the/a

2. Please turn off ________ lights when you leave ________ room.
         A. the/the               B. a/a          C. the/a       D. a/the

3. We are looking for people with ________experience.
         A. the                      B. a             C. an           D. x

4. Would you pass me ________ salt, please?
         A. a                         B. the          C. an           D. x

5. Can you show me ________way to ________station?
         A. the/the               B. a/a          C. the/a       D. a/the

6. She has read ________interesting book.
         A. a                         B. an           C. the          D. x

7. You’ll get ________shock if you touch ________ live wire with that screwdriver.
         A. an/the                B. x/the      C. a/a          D. an/the

8. Mr. Smith is ________ old customer and ________ honest man.
         A. An/the               B. the/an    C. an/an      D. the/the

9. ________ youngest boy has just started going to ________ school.
         A. a/x                      B. x/the      C. an/x        D. the/x

10. Do you go to ________ prison to visit him?
         A. the                      B. a             C. x             D. an

11. ________eldest boy is at ________ college.
         A. a/the                  B. the/x      C. x/ a         D. an/x

12. Are you going away next week? No, ________ week after next.
         A. an                       B. a             C. the          D. x

13. Would you like to hear ________ story about ________ English scientist?
         A. an/the                B. the/the   C. a/the       D. a/ an

14. There’ll always be a conflict between ________ old and ________ young.
         A. the/the               B. an/a        C. an/the    D. the/a

15. There was ________ collision at ________ corner.
         A. the/a                  B. an/the    C. a/the       D. the/the

16. My mother thinks that this is ________ expensive shop.
         A. the                      B. an           C. a             D. x

17. Like many women, she loves ________ parties and ________gifts.
         A. the/ a                 B. a/the       C. a/a          D. x/x

18. She works seven days ________ week.
         A. a                         B. the          C. an           D. x

19. My mother goes to work in ________ morning.
         A. a                     B. x             C. the          D. an

20. I am on night duty. When you go to ________ bed, I go to ________ work.
         A. a/x                      B. a/the       C. the/x      D. x/x

เป็นอย่างไรกันบ้าง กับบทความเรื่อง คำนำหน้านาม (Article a, an the) ที่ทาง Eng Breaking ได้นำมาให้คุณในวันนี้ หากเรารู้หลักการใช้ที่ถูกต้อง ภาษาอังกฤษก็กลายเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว

แต่ถึงอย่างไรก็อย่าลืมหมั่นทบทวนและหมั่นฝึกฝนภาษาอังกฤษอยู่เป็นประจำนะ Practice Makes Perfect การฝึกฝนบ่อย ๆ จะทำให้เกิดความชำนาญ ไว้ครั้งหน้าอย่าลืมมาติดตามบทความดี ๆ เกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษจาก Eng Breaking ว่ามาจะมีสาระน่ารู้ดี ๆ อะไรมาฝากกันอีก

ปล. ว่าจะบอกลาเพื่อน ๆ ทุกคนแล้ว แต่ลืมให้คำเฉลยสำหรับแบบฝึกหัดข้างบน

นี่เลย ไม่ต้องรอนาน

1. B     2. A     3. D     4. B     5. A    
6. B     7. B     8. C     9. D     10. A  
11. B   12. C   13. D   14. A   15. C  
16. B   17. D   18. A   19. C   20. D

ตอบถูกได้กี่ข้อ หรือมีตรงไหนยังสงสัยก็ลองมาแชร์กับ Eng Breaking ได้เลย!!!

ดูเพิ่มเติม : ทั้งหมดเกี่ยวกับ Passive Voice ฉบับจัดเต็ม พร้อมอธิบายละเอียดสุดๆ!


ด้วย Eng Breaking เราเชื่อว่าการฝึกการฟังการพูดและรวมกับการปฏิบัติการฟังการพูดจะกลายเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของคุณ คุณจะสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจหลังจากศึกษาด้วยตนเอง 3 เดือนเท่านั้น.

เรียนรู้เกี่ยวกับ Eng Breaking ตอนนี้ สื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างไหลลื่น หลังจากการเรียนด้วยตัวเองเพียง 3 เดือน

ความคิดเห็น 635 รายการ
 
  • Sudarat Manee

    หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับผู้ทีไม่เก่งภาษาอังกฤษ ไม่ใช่เพียงหนังสือที่ใช้เรียนเพียงแค่ 3 เดือน หรือได้ผลหลังจากที่เรียนเพียง 3 เดือน เท่านั้น แต่ยังมี new 12 lessons ที่ต้องเรียนรู้อีกด้วย มีการแจ้งเตือนทาง mail ทุกวัน เราเรียนตามแผนและกระบวนการตามที่ได้รับใน mailนั้น เนื้อหาดี ประโยคมีความทันสมัย มีหลายประโยคที่วัยรุ่นสมัยนี้นิยมใช้สื่อสารกัน ซึ่งค่อนข้างแปลกใหม่และน่าสนใจ มีการจัดรูปแบบและวางแผนมาเป็นอย่างดี ช่วยให้เราฝึกนิสัยในการวางแผนไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม แผนการเรียนชัดเจนในทุก ๆ วัน เพื่อน ๆ มาสร้างนิสัยตามแผนการเรียนกันเถอะค่ะ ไม่ว่าจะมีวิธีที่ดีแค่ไหนถ้ามัวแต่ขี้เกียจแล้วเมื่อไหร่จะพัฒนาตัวเองได้ล่ะคะ .

    ถูกใจ ตอบกลับ1 วัน
  • Mik Jakkaphat

    เป็นวิธีเรียนที่ยอดเยี่ยมมากกกกก มีทั้งรูปภาพทั้งคำแปล ช่วยดึงดูดความสนใจในการเรียนมาก ๆ ครับ Eng Breaking ช่วยพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษในด้านการพูดและการสื่อสารมาก ๆ ครับ ผมอยากขอบคุณ Eng Breaking มาก ๆ ครับ ผมเหลืออีกแค่ไม่กี่ lesson ก็เรียนจบแล้วครับ

    ถูกใจ ตอบกลับ1 วัน
  • Soda Sodaaa

    เรียนง่ายมั้ยคะ? คือเราเป็นคนที่ถอดใจง่ายมาก ๆ ค่ะ

    ถูกใจ ตอบกลับ20 ชั่วโมง
  • RueThaiRut

    เรียนง่ายนะคะ มีคำแนะนำในแต่ละขั้นตอนให้ทุกวันค่ะ เนื้อหาก็ตามหัวข้อในแต่ละวันเลยค่ะเราก็เรียนได้ประมาณเดือนครึ่งแล้วนะ ตอนนี้เราสามารถสื่อสารได้แบบสบาย ๆ แล้ว ไม่ค่อยกลัวภาษาอังกฤษเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้วล่ะ อิอิ

    ถูกใจ ตอบกลับ2 นาที
  • เจมส์ ธีรพงศ์

    มีคำแนะนำที่ละเอียดดีมาก ๆ ครับ และผมรู้สึกว่าวิธีสอนดีมาก ส่วนตัวค่อนข้างชอบการเรียนแบบนี้มาก ไม่รู้สึกเบื่อเหมือนเรียนในห้องเรียนครับ แถมยังเรียนง่ายอีก คอนนี้ผมเริ่มชินกับการเรียนแบบนี้แล้วล่ะครับ

    ถูกใจ ตอบกลับ1 วัน
  • Cat Catt

    ชุดหนังสือสวยเว่อร์ บวกกับเนื้อหาในหนังสือคือดีและสมจริงมาก ๆ ด้านในมีคำแนะนำครบถ้วน ชัดเจนทุกกระบวนการ ตอนนี้เราเรียนได้ 2 อาทิตย์แล้ว รู้สึกว่าตัวเองมีพัฒน่การขึ้นเยอะมาก ๆ เลยนะ

    ถูกใจ ตอบกลับ1 วัน
  • Meawww Jhaa

    เพื่อน ๆ คะ ชุดนี้เนื้อหาทั้งหมด รวม ๆ มีอะไรบ้างคะ?

    ถูกใจ ตอบกลับ5 ชั่วโมง
  • Naphawan MeeJaiii

    นี่ค่ะ ประกอบไปด้วยชุดหนังสือ เอกสารออนไลน์ app และยังมีของขวัญให้อีกด้วยค่ะ พูดรวม ๆ ก็คือครบเซ็ทค่ะ ^^!

    ถูกใจ ตอบกลับ15 นาที
  • GotCha

    ผมซื้อให้น้องผมเรียน ผมรู้สึกได้ว่า ขั้นตอนการให้คำปรึกษาเป็นขั้นตอนที่ละเอียดมากในการเรียนรู้ ก่อนหน้านั้นผมซื้อหนังสือเรียนเล่มที่ใหญ่และหนากว่านี้มาหลายต่อหลายเล่ม แต่มันก็มีข้อจำกัด ในการเรียนคือบางเล่มไม่แนะนำรายละเอียดการเรียนที่ชัดเจน ไม่เหมือนกับหนังสือเล่มนี้ ดังนั้นผมเรียนได้ไม่กี่หน้าก็เป็นอันต้องถอดใจไปทุกครั้ง น้องของผมติดตามหลักสูตรนี้มาเกือบหนึ่งเดือนแล้วและเขาก็มีพัฒนาการที่ดีขึ้นมาก นอกจากนั้นน้องของผมก็กระตือรือร้นที่จะเรียนภาษาอังกฤษมากกว่าเมื่อก่อน จริง ๆ แล้วนี่เป็นวิธีการเรียนรู้ที่มีความมั่นคงและเสถียรภาพมากครับ!

    ถูกใจ ตอบกลับ1 วัน
  • ป๋อง ฤทธิเดช

    หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยเก่งหรือเรียกว่าอ่อนภาษาอังกฆษอย่างผมมาก ๆ ครับ ผมเพิ่งเรียนได้ 1 lesson แต่รู้สึกว่าการฟังและการออกเสียงของผมจะค่อนข้างดีขึ้นเลยทีเดียวนะ ยิ่งไปกว่านั้นผมยังรู้คำศัพท์และประโยคคำถามเพิ่มอีกด้วย หนังสือเล่มนี้เรียนง่ายมากครับ เพื่อน ๆ ควรลองซื้อมาเรียนดูครับ รับรองว่าเรียนเสร็จเพื่อน ๆ จะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง แต่ก็ต้องตั้งใจและขยันเรียนด้วยนะครับ

    ถูกใจ ตอบกลับ1 วัน
  • ดวงใจ มาเต็ม

    เราเรียนก็ค่อนข้างโอเคนะ บางทีอาจจะเหมาะกับคนที่ขี้เกียจจำ เรียนด้วยความเข้าใจแบบเรา การออกแบบ ดีไซน์ก็ค่อนข้างสะดวกและมีประโยชน์อีกด้วยนะ

    ถูกใจ ตอบกลับ1 วัน
  • หนูน้อย หมวกแดง

    เราค่อนข้างพอใจกับหนังสือเรียนนะ การห่อ แพ็คเก็จ บรรจุภัณฑ์ก็เรียบร้อยดี ส่งของตรงเวลา คุณภาพหนังสือดี ปกหนังสือมีสีสันสะดุดตา เรียนง่าย เราหวังว่าถ้าเรียนเล่มนี้ไปแล้วมันจะช่วยให้เราประสบความสำเร็จที่เราตั้งเป้าไว้ได้.

    ถูกใจ ตอบกลับ1 วัน

ด้วย Eng Breaking เราเชื่อว่าการฝึกการฟังการพูดและรวมกับการปฏิบัติการฟังการพูดจะกลายเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของคุณ คุณจะสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจหลังจากศึกษาด้วยตนเอง 3 เดือนเท่านั้น.

เรียนรู้เกี่ยวกับ Eng Breaking ตอนนี้ สื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างไหลลื่น หลังจากการเรียนด้วยตัวเองเพียง 3 เดือน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *