การออกเสียงภาษาอังกฤษจะไม่เป็นศัตรูของคุณอีกต่อไป ด้วย 8 วิธีง่าย ๆ นี้

การออกเสียงภาษาอังกฤษจะไม่เป็นศัตรูของคุณอีกต่อไป ด้วย 8 วิธีง่าย ๆ นี้

ปัญหาการออกเสียงภาษาอังกฤษในผู้เรียนชาวไทย

สำหรับการเรียนภาษาอังกฤษ สิ่งที่ดูเหมือนว่าจะเป็นอุปสรรคอันดับต้น ๆ ของผู้ที่เรียนภาษาอังกฤษนั้นก็คือ การออกเสียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนไทยที่มักประสบกับปัญหาการออกเสียง ซึ่งปัญหานั้นอาจไม่ได้รับการแก้ไขหรือให้ความความสำคัญเท่าที่ควร หรืออาจถูกมองข้ามไปขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละบุคคล และในบทความนี้ดิฉันขออนุญาตแบ่งปันเรื่องของการให้ความสำคัญในการออกเสียงภาษาอังกฤษที่ถูกต้องค่ะ

ฝึกพูดภาษาอังกฤษภายใน 1 เดือนควรทำยังไงให้ได้ผล? ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ 

ปัญหาการออกเสียงภาษาอังกฤษในผู้เรียนชาวไทย

ดิฉันขอพูดถึงปัจจัยที่มีส่วนในการส่งผลต่อการเรียนภาษาอังกฤษรวมถึงการออกเสียงในภาษาอังกฤษด้วย หากจะพูดถึงทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกต่างก็ส่งผลต่อการออกเสียงภาษาอังกฤษด้วยกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นแล้วดิฉันเองจึงสนใจศึกษาเกี่ยวกับหัวข้อการเปรียบเทียบการสอนแบบมีครูผู้สอนและการสอนโดยการใช้คอมพิวเตอร์เป็นสื่อช่วยสอน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีงานวิจัยหลายเล่มได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบการสอนทั้งสองแบบนี้ เช่นงานวิจัยการลงเสียงหนักเบาในระดับคำ (word stress) และระดับประโยค (intonation) นอกจากนี้ยังมีการศึกษาเกี่ยวกับการออกเสียงสระ (vowel sounds) ในระดับคำ โดยทั้งนี้ผู้วิจัยส่วนใหญ่ต่างมีแนวความคิดที่ว่าแกนพยางค์ หรือโครงสร้างพยางค์นั้นมีปัจจัยสำคัญอยู่ที่เสียงสระเช่น I หรือ air ต่างก็ไม่มีเสียงพยัญชนะสะกด แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ยังมีงานวิจัยอยู่อีกไม่น้อยที่ศึกษาเกี่ยวกับการออกเสียงพยัญชนะ และพยัญชนะควบกล้ำ (consonant and consonant clusters sounds) ซึ่งมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการออกเสียงสระที่ถูกต้อง เนื่องจากคำที่ประกอบไปด้วยสระอย่างเดียวนั้นมีอยู่ไม่มากนัก แต่ถ้าหากผู้พูดออกเสียงพยัญชนะสะกดเดี่ยวหรือควบผิดเพี้ยนไปแล้วนั้นอาจส่งผลต่อความหมายได้

พยัญชนะต้นเดี่ยว (initial consonants) นักเรียนชาวไทยมักพบปัญหาการออกเสียงพยัญชนะต้นเดี่ยว เช่น พยัญชนะ th แทนด้วยเสียง /ð/ หรือ /θ/

คำในภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจำวันมีอยู่มากมายที่ขึ้นต้นด้วย th เช่น the, they, them, then, thin, think หรือกระทั่ง thanks แต่พยัญชนะในภาษาไทยไม่มีเสียงพยัญชนะใดที่ออกเสียงแล้วฐานกรณ์ (place of articulation) อยู่ที่ระหว่างฟันบนและฟันล่าง (interdental) ซึ่งวิธีการแก้ปัญหาของผู้เรียนชาวไทยคือการใช้เสียงที่มีฐานกรณ์ใกล้เคียงมากที่สุดมาใช้ในการออกเสียงพยัญชนะตัวนี้โดยใช้เสียง /d/ แทนด้วยฐานกรณ์อยู่ที่ปุ่มเหงือก (alveolar)เช่น the ออกเสียง /də/ /deɪ/ /dɛm/ /dɛn/หรือออกเสียง /t/ (unaspirated stop) ซึ่งอยู่ในฐานกรณ์เดียวกันออกเสียงคล้าย “ต” ในคำว่า “thin /tɪn/” “think /tɪŋk/” และ “thanks /tæŋks/”

และที่มากไปกว่านั้นผู้เรียนภาษาอังกฤษชาวไทยส่วนใหญ่ก็ยังประสบกับปัญหาในการออกเสียงพยัญชนะดังต่อไปนี้

  • /v/ --> /w/ เช่น van --> wan
  • /ɹ/ --> /l/ or /ɹ/ --> เสียงลิ้นรัว ในเสียง “ร” แทน เช่น rice --> lice  
  • /s/ --> /∅/ ไม่ออกเสียง /s/ ในตำแหน่ง inflectional suffix ที่แสดงถึงความเป็นพหูพจน์ ( plurality) แต่กลับใส่ในตำแหน่งที่ไม่ควรใส่ เช่น goods morning  

ส่วนพยัญชนะต้นควบ (initial consonant clusters) คือพยัญชนะควบกล้ำในภาษาอังกฤษที่มีถึง 3 ตัวในตำแหน่งพยัญชนะต้นโดยปัญหาที่พบคือผู้เรียนชาวไทยเพิ่มแกนพยางค์เข้าไปในการออกเสียงควบ กล่าวคือ สระ “อะ /ʌ/” เป็นหลัก เช่น spa, star, scar ซึ่งผู้เรียนชาวไทยมักจะออกเสียงว่า /sʌpɑ(ɹ)/, /sʌtɑ(ɹ)/ และ /sʌkɑ(ɹ)/ ตามลำดับ อาจเป็นเพราะการออกเสียงในภาษาไทยในระดับคำที่มีตั้งแต่สองพยางค์ขึ้นไปนั้นทุกพยางค์มีน้ำหนักเสียงที่เท่ากัน หรือเรียกว่าระดับเสียงเดียว (monotone) และไม่พบเสียงควบกล้ำแท้ “ส /s/” ในภาษาไทย (อ้างจาก รศ. ดร. นิตยากาญจนะวรรณ) ดังนั้นผู้เรียนภาษาอังกฤษชาวไทยจะผลิตคำใดก็ตามในภาษาอังกฤษที่ควบกล้ำด้วย “ส /s/” ผ่านแนวคิดที่แทรกพยางค์เพื่อให้ใกล้เคียงกับภาษาเป้าหมาย

ฝึกออกเสียงภาษาอังกฤษยังไง ลองดูเคล็ดลับฝึกออกเสียงภาษาอังกฤษด้วยตนเองจาก Eng Breaking แนะนำ

ภาษาอังกฤษนับว่าเป็นภาษาที่มีความสำคัญมากในปัจจุบัน เพราะภาษาอังกฤษนั้นถูกจัดให้เป็นภาษาที่มีผู้ใช้มากที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก แล้วยิ่งในประเทศไทยแล้วภาษาอังกฤษก็นับว่าเป็นภาษาที่ 2 รองจากภาษาหลักอย่างภาษาไทยเลยก็ว่าได้ แล้ว ณ ตอนนี้ไม่ว่าจะทำงานทางด้านไหนหากเป็นบุคคลที่เพิ่งจบใหม่หลาย ๆ บริษัทก็มักจะทำการทดสอบทักษะทางด้านภาษาอังกฤษอยู่เสมอ หากใครที่มีทักษะภาษาอังกฤษทั้งทางด้านการเขียน อ่าน และพูดด้วยแล้วก็จะยิ่งทำให้สามารถหางานได้ง่ายขึ้น ซึ่งเราจะสามารถเห็นภาษาอังกฤษแทรกซึมอยู่ในศาสตร์หลาย ๆ แขนงทั้งวิชาการ การติดต่อทางโลกอินเตอร์เน็ต การดูภาพยนตร์ การฟังเพลง การเขียนโปรแกรม หนังสือคู่มือต่าง ๆ ก็มักจะมีภาษาอังกฤษอยู่ในนั้นเสมอ รวมไปถึงการติดต่อทางด้านเศรษฐกิจทั้งกับประเทศต่าง ๆ ก็มักใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลางในการพูด เพราะเนื่องจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่มีการเรียนการสอนมากกว่าภาษาอื่น ภาษาอังกฤษจึงกลายเป็นภาษาสากลอย่างรวดเร็ว มีวิธีไหนที่จะช่วยคุณฝึกออกเสียงด้วยตนเองได้ มาดูกันเลย

1. ฝึกออกเสียงจากการอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ

เริ่มจากการลองหาหนังสือภาษาอังกฤษมาอ่านด้วยการอ่านออกเสียง วิธีนี้แนะนำว่าให้อ่านตอนอยู่คนเดียวจะดีกว่า เพราะนอกจากจะเป็นการได้ฝึกการอ่านออกอย่างเต็มเสียงแล้ว ยังไม่เป็นการรบกวนผู้อื่นอีกด้วย  

2. พูดคุยกับตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ

 ลองฝึกพูดกับตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ อย่าเพิ่งขำกันนะคะวิธีนี้นับว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้วเริ่มจากการที่หยิบจับสิ่งของอะไร ก็ให้ออกเสียงเป็นภาษาหรือคำศัพท์อังกฤษ นอกจากจะเป็นการได้ฝึกการออกเสียงแล้ว เมื่อมีการฝึกฝนหรือพูดบ่อย ๆ ก็จะสามารถทำใหจำคำ ๆ นั้นขึ้นใจได้อีกด้วย  

พูดคุยกับตัวเองเป็นภาษาอังกฤษเป็นวิธีที่ดีในการฝึกออกเสียง

3. บันทึกการอ่านออกเสียงของตัวเองในโทรศัพท์

บันทึกการอ่านออกเสียงของตัวเองทุกครั้ง หลังจากนั้นก็ให้เราลองมานั่งฟังดูว่ามีสำเนียงตรงไหนไม่ชัด หรือผิดเพี้ยนไปบ้าง เมื่อรู้จุดบกพร่องของตัวเองแล้วขั้นตอนต่อมาคือการแก้สำเนียงของตัวเองให้มีความเป๊ะมากยิ่งขึ้น  

4. หาเพื่อนฝึกออกเสียงภาษาอังกฤษด้วยกัน

หาเพื่อนหรือคนในครอบครัวมาช่วยฝึก เทคนิคนี้ก็คล้าย ๆ กับการสอบพูดหน้าชั้นเรียนเลย เพียงแต่ประโยคที่เราใช้สื่อสารกับคู่สนทนานั้นจะมีความเรียลมากยิ่งขึ้น นึกอะไรออกก็ถามคู่สนทนาไป  

5. เรียนปนเล่น ใช้สื่อบันเทิงในการเรียนรู้

ใช้สื่อบันเทิงในการฝึกพูด ไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง ดูซีรีส์ ฟังเพลง หรือเล่นเกม ก็ลองทำในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษดู ซึ่งการได้ยินหรือได้ฟังภาษาอังกฤษบ่อย ๆ ก็จะช่วยให้เราจำสำเนียงการออกเสียงนั้นได้เป็นอย่างดี หรือจะลองฝึกพูดตามไปเรื่อย ๆ ก็ได้เช่นกัน  

6. เรียนรู้และจดการออกเสียงของคำแสลงที่เจอบ่อย

เรียนรู้คำแสลงอื่น ๆ ในภาษาอังกฤษ การพูดในชีวิตจริงย่อมแตกต่างจากบทเรียนอยู่แล้ว ดังนั้นเราควรที่จะเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ เผื่อวันนึงมีโอกาสได้ฟังหรือได้ยินคำนี้จะได้เข้าใจความหมายของคำนั่นเอง 

7. ฝึกออกเสียงกับเจ้าของภาษา

กล้าที่จะพูดกับเจ้าของภาษา วิธีนี้ถือว่าคลาสสิคมาก ๆ เพราะเราจะฝึกภาษาอังกฤษไปเพื่ออะไรหากไม่ได้นำไปใช้ในชีวิตจริงใช่ไหมหล่ะคะ การได้ลองพูดคุยกับเจ้าของภาษานี่แหละที่จะทำให้เราสามารถก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดของเราไปได้ และเมื่อได้ลองพูดคุยบ่อย ๆ เราก็จะกลายเป็นคนที่พร้อมจะพูดคุยทุกบทสนทนา  

8. ฝึกออกเสียงและเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองกับ Eng Breaking

หากเทคนิคต่างๆ ที่ได้กล่าวมาข้างบน อย่างน้อยจะมีข้อดีข้อเสียของมัน แต่วิธีสุดท้ายนี้ รับรองว่าจะอำนวยความสะดวกให้กับผู้เรียนมากที่สุด

พูดถึง Eng Breaking เป็นคอร์สเรียนภาษาอังกฤษที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในกลุ่มผู้เรียนภาษาอังกฤษทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่ง Eng Breaking เป็นคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ที่เน้นการเรียนรู้ด้วยตัวเอง เรียนภาษาอังกฤษที่บ้าน และที่สำคัญเทคนิคในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของ Eng Breaking ได้พิสูจน์ให้เห็นว่ามีผลประสิทธิภาพที่ดีในการช่วยฝึกออกเสียงภาษาอังกฤษในเวลาเพียง 3 เดือน

เข้าใจปัญหาของคนไทยส่วนมากในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยรวมและการออกเสียงภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ ดังนั้นคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ด้วยตัวเองของ EngBreaking จึงได้ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เรียน โดยหลักสูตรนี้ได้แนะนำ 3 เทคนิคที่ผูกขาดในการเรียนภาษาอังกฤษให้มีประสิทธิภาพ โดย 3 เทคนิคนี้จะเห็นได้ที่คอร์สเรียนของ Eng Breaking เท่านั้น ก็คือ เทคนิคการฟังเชิงลึก เทคนิคการพูดตามสนทนาให้ทัน และเทคนิคการตอบโต้อย่างรวดเร็ว

Eng Breaking ช่วยให้ผู้เรียนหลายๆ
Eng Breaking ช่วยให้ผู้เรียนหลายๆ คนพิชิตการออกเสียงภาษาอังกฤษ

ขั้นตอนแรกคือ ฝึกการฟังเชิงลึก ใช่เลยค่ะ หากคุณอยากพูดภาษาอังกฤษเก่งและออกเสียงภาษาอังกฤษอย่างเป๊ะชัด คุณจะต้องเริ่มจากการฝึกทักษะการฟังด้วยนะ ผู้รียนจะได้จะเริ่มฝึกฟังแบบช้าๆ ก่อน เพื่อซึมซับการออกเสียงและสำเนียงรวมถึงวิธีการพูดของทั้งประโยค และเข้าใจได้ในสิ่งที่เจ้าของภาษากำลังพูดถึง จากนั้นจะเปลี่ยนเป็นการฟังแบบเร็วขึ้นเพื่อโฟกัสในการเน้นเสียงสูงต่ำของทั้งประโยคเพื่อจะได้รู้ว่าเจ้าของภาษาเขาเน้นคำยังไง และสุดท้ายเราสามารถ เปรียบเทียบกับสคริปท์ของบทความเพื่อดูว่าเราฟังได้ถูกต้องหรือไม่ อันนี้คือการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการฝึกออกเสียงอย่างแท้จริง

       ขั้นตอนต่อมาคือ เทคนิคการพูดตามให้ทัน จากที่เราได้ฝึกการฟังในเทคนิคแรกแล้ว เราจะเอาสคริปท์นั้นไปฝึกพูดและเลียนแบบตามสำเนียงของเจ้าของภาษา ขั้นตอนนี้ก็เริ่มจากการออกเสียงแต่ละคำให้ถูกต้องแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นพูดรวมทั้งประโยค สำหรับเทคนิคนี้เราจำเป็นต้องเลียนแบบและพูดตามให้เหมือนกับเจ้าของภาษาพูดในบทความ ให้ใกล้เคียงได้มากที่สุดและเมื่อฝึกฝนด้วยวิธีนี้หลายๆ ครั้ง จะห็นได้ว่าการพูดภาษาอังกฤษของเราจะมีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น ฟังเหมือนเจ้าของภาษาอย่างเป๊ะเวอร์

      เทคนิคสุดท้ายแต่ก็มีความสำคัญไม่แพ้กันเลย นั้นก็คือ เทคนิคการโต้ตอบอย่างรวดเร็ว โดยเทคนิคนี้จะทำให้เราดูมั่นใจมากขึ้นเวลาพูด เราจะได้ฟังประโยคภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับบทความด้านบนและจะต้องตอบกลับได้ทันทีโดยไม่มีเวลาคิดนาน

     เชื่อเลยว่า ทั้งสามเทคนิคนี้จะเหมาะสมมากกับคนที่เริ่มใหม่เรียนภาษาอังกฤษ หรือคนที่ไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษ ช่วยทำลายกำแพงที่กั้นอยู่ ทำให้มั่นใจมากขึ้นในการสื่อสาร การพุดภาษาอังกฤษ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วยให้คุณออกเสียงภาษาอังกฤษได้ดีขึ้นแนะนอน

และที่สำคัญ สำหรับคอร์สเรียนของ Eng Breaking คุณสามารถเรียนได้สะดวกมากทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ในโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และเรียนได้ทุกที่ทุกเวลาไม่มีจำกัดเลย จะเสียค่าใช้จ่ายแต่คิดไปคิดมายังคุ้มอยู่เลย เพราะคุณจะได้รับหลายอย่างมาก มีทั้งหนังสือตำรา ทั้งบัญชีเรียนออนไลน์ และแผนปฎิบัตรการด้วย เขามีแนะนำให้เราต้องทำอะไรบ้างแบบละเอียดในทุกๆ วัน เลยทำให้การเรียนรู้ด้วยตนเองของคุณจะเป็นไปตามแผนที่ชัดเจน หมดเลยปัญหาว่าไม่รู้เรียนยังไง เรียนอะไร เรียนตอนไหน

อยากออกเสียงภาษาอังกฤษได้เป๊ะเวอร์เหมือนเจ้าของภาษา อย่าพลาดกับทุกคำแนะนำจาก Eng Breaking นะคะ ขอให้คุณจะประสบความสำเร็จในการพิชิตการออกเสียงภาษาอังกฤษทุกคนเลย

ดูเพิ่มเติม: 10 ข้อผิดพลาดในการออกเสียงภาษาอังกฤษที่ควรหลีกเลี่ยง

ด้วย Eng Breaking เราเชื่อว่าการฝึกการฟังการพูดและรวมกับการปฏิบัติการฟังการพูดจะกลายเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของคุณ คุณจะสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจหลังจากศึกษาด้วยตนเอง 3 เดือนเท่านั้น.

เรียนรู้เกี่ยวกับ Eng Breaking ตอนนี้ สื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างไหลลื่น หลังจากการเรียนด้วยตัวเองเพียง 3 เดือน

ความคิดเห็น 635 รายการ
 
  • Sudarat Manee

    หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับผู้ทีไม่เก่งภาษาอังกฤษ ไม่ใช่เพียงหนังสือที่ใช้เรียนเพียงแค่ 3 เดือน หรือได้ผลหลังจากที่เรียนเพียง 3 เดือน เท่านั้น แต่ยังมี new 12 lessons ที่ต้องเรียนรู้อีกด้วย มีการแจ้งเตือนทาง mail ทุกวัน เราเรียนตามแผนและกระบวนการตามที่ได้รับใน mailนั้น เนื้อหาดี ประโยคมีความทันสมัย มีหลายประโยคที่วัยรุ่นสมัยนี้นิยมใช้สื่อสารกัน ซึ่งค่อนข้างแปลกใหม่และน่าสนใจ มีการจัดรูปแบบและวางแผนมาเป็นอย่างดี ช่วยให้เราฝึกนิสัยในการวางแผนไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม แผนการเรียนชัดเจนในทุก ๆ วัน เพื่อน ๆ มาสร้างนิสัยตามแผนการเรียนกันเถอะค่ะ ไม่ว่าจะมีวิธีที่ดีแค่ไหนถ้ามัวแต่ขี้เกียจแล้วเมื่อไหร่จะพัฒนาตัวเองได้ล่ะคะ .

    ถูกใจ ตอบกลับ1 วัน
  • Mik Jakkaphat

    เป็นวิธีเรียนที่ยอดเยี่ยมมากกกกก มีทั้งรูปภาพทั้งคำแปล ช่วยดึงดูดความสนใจในการเรียนมาก ๆ ครับ Eng Breaking ช่วยพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษในด้านการพูดและการสื่อสารมาก ๆ ครับ ผมอยากขอบคุณ Eng Breaking มาก ๆ ครับ ผมเหลืออีกแค่ไม่กี่ lesson ก็เรียนจบแล้วครับ

    ถูกใจ ตอบกลับ1 วัน
  • Soda Sodaaa

    เรียนง่ายมั้ยคะ? คือเราเป็นคนที่ถอดใจง่ายมาก ๆ ค่ะ

    ถูกใจ ตอบกลับ20 ชั่วโมง
  • RueThaiRut

    เรียนง่ายนะคะ มีคำแนะนำในแต่ละขั้นตอนให้ทุกวันค่ะ เนื้อหาก็ตามหัวข้อในแต่ละวันเลยค่ะเราก็เรียนได้ประมาณเดือนครึ่งแล้วนะ ตอนนี้เราสามารถสื่อสารได้แบบสบาย ๆ แล้ว ไม่ค่อยกลัวภาษาอังกฤษเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้วล่ะ อิอิ

    ถูกใจ ตอบกลับ2 นาที
  • เจมส์ ธีรพงศ์

    มีคำแนะนำที่ละเอียดดีมาก ๆ ครับ และผมรู้สึกว่าวิธีสอนดีมาก ส่วนตัวค่อนข้างชอบการเรียนแบบนี้มาก ไม่รู้สึกเบื่อเหมือนเรียนในห้องเรียนครับ แถมยังเรียนง่ายอีก คอนนี้ผมเริ่มชินกับการเรียนแบบนี้แล้วล่ะครับ

    ถูกใจ ตอบกลับ1 วัน
  • Cat Catt

    ชุดหนังสือสวยเว่อร์ บวกกับเนื้อหาในหนังสือคือดีและสมจริงมาก ๆ ด้านในมีคำแนะนำครบถ้วน ชัดเจนทุกกระบวนการ ตอนนี้เราเรียนได้ 2 อาทิตย์แล้ว รู้สึกว่าตัวเองมีพัฒน่การขึ้นเยอะมาก ๆ เลยนะ

    ถูกใจ ตอบกลับ1 วัน
  • Meawww Jhaa

    เพื่อน ๆ คะ ชุดนี้เนื้อหาทั้งหมด รวม ๆ มีอะไรบ้างคะ?

    ถูกใจ ตอบกลับ5 ชั่วโมง
  • Naphawan MeeJaiii

    นี่ค่ะ ประกอบไปด้วยชุดหนังสือ เอกสารออนไลน์ app และยังมีของขวัญให้อีกด้วยค่ะ พูดรวม ๆ ก็คือครบเซ็ทค่ะ ^^!

    ถูกใจ ตอบกลับ15 นาที
  • GotCha

    ผมซื้อให้น้องผมเรียน ผมรู้สึกได้ว่า ขั้นตอนการให้คำปรึกษาเป็นขั้นตอนที่ละเอียดมากในการเรียนรู้ ก่อนหน้านั้นผมซื้อหนังสือเรียนเล่มที่ใหญ่และหนากว่านี้มาหลายต่อหลายเล่ม แต่มันก็มีข้อจำกัด ในการเรียนคือบางเล่มไม่แนะนำรายละเอียดการเรียนที่ชัดเจน ไม่เหมือนกับหนังสือเล่มนี้ ดังนั้นผมเรียนได้ไม่กี่หน้าก็เป็นอันต้องถอดใจไปทุกครั้ง น้องของผมติดตามหลักสูตรนี้มาเกือบหนึ่งเดือนแล้วและเขาก็มีพัฒนาการที่ดีขึ้นมาก นอกจากนั้นน้องของผมก็กระตือรือร้นที่จะเรียนภาษาอังกฤษมากกว่าเมื่อก่อน จริง ๆ แล้วนี่เป็นวิธีการเรียนรู้ที่มีความมั่นคงและเสถียรภาพมากครับ!

    ถูกใจ ตอบกลับ1 วัน
  • ป๋อง ฤทธิเดช

    หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยเก่งหรือเรียกว่าอ่อนภาษาอังกฆษอย่างผมมาก ๆ ครับ ผมเพิ่งเรียนได้ 1 lesson แต่รู้สึกว่าการฟังและการออกเสียงของผมจะค่อนข้างดีขึ้นเลยทีเดียวนะ ยิ่งไปกว่านั้นผมยังรู้คำศัพท์และประโยคคำถามเพิ่มอีกด้วย หนังสือเล่มนี้เรียนง่ายมากครับ เพื่อน ๆ ควรลองซื้อมาเรียนดูครับ รับรองว่าเรียนเสร็จเพื่อน ๆ จะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง แต่ก็ต้องตั้งใจและขยันเรียนด้วยนะครับ

    ถูกใจ ตอบกลับ1 วัน
  • ดวงใจ มาเต็ม

    เราเรียนก็ค่อนข้างโอเคนะ บางทีอาจจะเหมาะกับคนที่ขี้เกียจจำ เรียนด้วยความเข้าใจแบบเรา การออกแบบ ดีไซน์ก็ค่อนข้างสะดวกและมีประโยชน์อีกด้วยนะ

    ถูกใจ ตอบกลับ1 วัน
  • หนูน้อย หมวกแดง

    เราค่อนข้างพอใจกับหนังสือเรียนนะ การห่อ แพ็คเก็จ บรรจุภัณฑ์ก็เรียบร้อยดี ส่งของตรงเวลา คุณภาพหนังสือดี ปกหนังสือมีสีสันสะดุดตา เรียนง่าย เราหวังว่าถ้าเรียนเล่มนี้ไปแล้วมันจะช่วยให้เราประสบความสำเร็จที่เราตั้งเป้าไว้ได้.

    ถูกใจ ตอบกลับ1 วัน

ด้วย Eng Breaking เราเชื่อว่าการฝึกการฟังการพูดและรวมกับการปฏิบัติการฟังการพูดจะกลายเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของคุณ คุณจะสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจหลังจากศึกษาด้วยตนเอง 3 เดือนเท่านั้น.

เรียนรู้เกี่ยวกับ Eng Breaking ตอนนี้ สื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างไหลลื่น หลังจากการเรียนด้วยตัวเองเพียง 3 เดือน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *